ภาษาไทย
ครู
https://puttisopon.online/personnel_view.php?id=9
ข้าพเจ้าได้ศึกษาและนำโครงสร้างรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลาเรียน ๒๐๐ ชั่วโมง มาใช้วางแผนการจัดการเรียนรู้ตลอดปีการศึกษา โดยพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานและตัวชี้วัด สาระสำคัญ สมรรถนะหลัก เวลาเรียน และน้ำหนักคะแนน โครงสร้างรายวิชาครอบคลุม ๑๒ หน่วยการเรียนรู้ พร้อมเนื้อหาวรรณคดีลำนำ โดยเรียงลำดับจากการรู้จักพยัญชนะและสระ ไปสู่การอ่านสะกดคำ การเขียนประโยค และการอ่านเพื่อเข้าใจเรื่อง
ข้าพเจ้าใช้โครงสร้างรายวิชาเป็นแนวทางกำหนดกิจกรรม สื่อการเรียนรู้ และการวัดประเมินผลให้สอดคล้องกับเนื้อหาและพัฒนาการของนักเรียน รวมถึงวางแผนประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาคเรียน และปลายปี เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับการสอนและส่งเสริมทักษะภาษาไทยของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ครูวิชุดา สารีอินทร์ เข้ารับการนิเทศห้องเรียนคุณภาพ ประจำภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ โดยคณะนิเทศได้ติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นักเรียนมีส่วนร่วมและได้ลงมือปฏิบัติจริง บรรยากาศในชั้นเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
ข้าพเจ้าได้วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ ทั้ง ๒ ภาคเรียน รวม ๑๒ หน่วยการเรียนรู้ โดยศึกษามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด แล้วเชื่อมโยงกับเนื้อหา สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน การวิเคราะห์ดังกล่าวครอบคลุมการอ่านออกเสียงและเข้าใจเรื่องที่อ่าน การเขียนและสะกดคำ การฟังและพูด ตลอดจนการเรียนรู้หลักภาษาและวรรณกรรมสำหรับเด็ก
ข้าพเจ้านำผลการวิเคราะห์มาใช้วางแผนกิจกรรมและการประเมินท้ายหน่วยให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด โดยคำนึงถึงพื้นฐานและความแตกต่างระหว่างผู้เรียน เพื่อพัฒนาทักษะภาษาไทยของนักเรียนอย่างเป็นลำดับและใช้ผลการประเมินปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ข้าพเจ้าได้ศึกษาคำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑–๖ ตามหลักสูตรโรงเรียนพุทธิโศภน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยให้ความสำคัญกับรายวิชาในระดับชั้นที่รับผิดชอบ เอกสารกำหนดสาระการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพูด หลักการใช้ภาษาไทย ตลอดจนวรรณคดีและวรรณกรรม พร้อมระบุตัวชี้วัดระหว่างทาง ตัวชี้วัดปลายทาง และสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ข้าพเจ้านำข้อมูลดังกล่าวมาใช้กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ วางแผนกิจกรรมและเลือกวิธีประเมินให้สอดคล้องกับพัฒนาการของนักเรียน โดยเน้นการฝึกอ่านและเขียนเพื่อการสื่อสาร การคิดอย่างมีเหตุผล และการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้นักเรียนมีพื้นฐานทางภาษาที่มั่นคงและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ครูวิชุดา สารีอินทร์ เข้ารับการนิเทศห้องเรียนคุณภาพ ประจำภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ โดยคณะนิเทศได้ติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นักเรียนมีส่วนร่วมและได้ลงมือปฏิบัติจริง บรรยากาศในชั้นเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
ข้าพเจ้านางวิชุดา สารีอินทร์ ได้ส่งแผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังสอน ถูกต้อง ครบถ้วน ส่งตรงเวลาทุกครั้ง
ข้าพเจ้าได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา โครงสร้างรายวิชา กำหนดการสอน และตัวชี้วัดในแต่ละหน่วย โดยกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรม สื่อ และวิธีวัดประเมินผลให้ชัดเจน คำนึงถึงพื้นฐานและความแตกต่างของผู้เรียน เน้นให้นักเรียนได้ฝึกอ่าน เขียน คิด และลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย
ภายหลังการสอน ข้าพเจ้าบันทึกผลการจัดกิจกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้ การมีส่วนร่วมและพัฒนาการของนักเรียน ตลอดจนปัญหาที่พบและแนวทางแก้ไข แล้วนำข้อมูลจากบันทึกหลังสอนมาปรับกิจกรรม สื่อ และวิธีช่วยเหลือนักเรียนในการสอนครั้งต่อไป เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ข้าพเจ้าได้จัดทำกำหนดการสอนรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ห้องเรียน MEP ปีการศึกษา ๒๕๖๙ โดยวางแผนการเรียนรู้ภาคเรียนละ ๒๐ สัปดาห์ สัปดาห์ละ ๕ ชั่วโมง ครอบคลุม ๑๒ หน่วยการเรียนรู้ตลอดปีการศึกษา พร้อมแจกแจงเนื้อหาและกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กำหนดการสอนประกอบด้วยกิจกรรมรู้จักคำ อ่านคิดวิเคราะห์ แจกลูกสะกดคำ ฝึกเขียน เรียนรู้วรรณคดีลำนำ และทดสอบท้ายหน่วย โดยกำหนดสัดส่วนคะแนนในแต่ละภาคเรียนเป็นคะแนนระหว่างเรียน ๖๐ คะแนน สอบกลางภาค ๒๐ คะแนน และสอบปลายภาค ๒๐ คะแนน ข้าพเจ้าใช้กำหนดการสอนเป็นแนวทางติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนและปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียน
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ครูวิชุดา สารีอินทร์ ครูชำนาญการ โรงเรียนพุทธิโศภน ได้รับการนิเทศการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง “สระเอีย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5 ขั้น ตามรูปแบบ Brain-based Learning (BBL) เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมการสังเกต การประสมคำ การอ่าน การเขียน การอธิบายความหมาย และการนำเสนอผลงาน พร้อมใช้สื่อและเทคโนโลยีที่หลากหลายอย่างเหมาะสม
ผลการนิเทศพบว่า แผนการจัดการเรียนรู้มีความสอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัด จุดประสงค์ กิจกรรม และการวัดประเมินผล ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น กล้าแสดงออก สามารถอ่าน เขียน และสื่อสารคำที่ประสมด้วยสระเอียได้ตามจุดประสงค์ ตลอดจนเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ทั้งนี้ ควรบันทึกข้อมูลที่พบระหว่างเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปปรับปรุงกิจกรรม แก้ไขปัญหา และพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง
ครูวิชุดา สารีอินทร์ เข้ารับการนิเทศห้องเรียนคุณภาพ ประจำภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ โดยคณะนิเทศได้ติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นักเรียนมีส่วนร่วมและได้ลงมือปฏิบัติจริง บรรยากาศในชั้นเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
ข้าพเจ้านางวิชุดา สารีอินทร์ ตำแหน่งครูชำนาญการ เข้ารับการนิเทศห้องเรียนคุณภาพ ประจำภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ ตามโครงการนิเทศภายในของโรงเรียนพุทธิโศภน โดยมีนางสาวศิริพร เตชนันต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ และนางสาวจิตตนา สุทธิสาร ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นคณะนิเทศ การนิเทศมุ่งติดตามและประเมินการจัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการชั้นเรียน การใช้สื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนการส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง ผลการนิเทศทำให้ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ สามารถนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
ข้าพเจ้าจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การสังเกต การคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การอภิปราย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัย ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมเชื่อมโยงเนื้อหากับสถานการณ์ใกล้ตัว เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะทางภาษาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
นอกจากนี้ ได้นำเกมการเรียนรู้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality: AR) ซึ่งพัฒนาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการฝึกอ่าน สะกดคำ เขียนคำ และเรียนรู้ความหมายของคำ ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านภาพ เสียง และการมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อเสมือนจริง ส่งเสริมความสนใจ แรงจูงใจ และการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ควบคู่กับการประเมินตามสภาพจริงจากการปฏิบัติงาน ชิ้นงาน แบบฝึก และพฤติกรรมการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ตลอดจนมีความมั่นใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทยมากยิ่งขึ้น
ข้าพเจ้าได้เผยแพร่สื่อและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจัดทำวิดีโอ สื่อการสอนในรายวิชาภาษาไทย และสื่อการสอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมยุวกาชาด เผยแพร่ผ่าน YouTube เพื่อให้นักเรียนสามารถทบทวนบทเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนที่บ้าน นอกจากนี้ ครูและบุคลากรทางการศึกษายังสามารถนำแนวคิด รูปแบบกิจกรรม และสื่อดังกล่าวไปศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน การเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์จึงช่วยขยายผลนวัตกรรมให้เข้าถึงผู้สนใจได้อย่างกว้างขวาง ส่งเสริมการแบ่งปันองค์ความรู้ และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

ข้าพเจ้าได้นำสื่อและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมาเผยแพร่ในวงชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยนำเสนอแนวคิด หลักการ ขั้นตอนการพัฒนา วิธีการนำไปใช้ และผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนครู ร่วมกันวิเคราะห์จุดเด่น ปัญหา และแนวทางพัฒนาสื่อให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคล จากนั้นจึงนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกิจกรรม แบบฝึกทักษะ เกมการศึกษา รวมถึงสื่อเทคโนโลยีและสื่อที่พัฒนาด้วย AI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การเผยแพร่ดังกล่าวช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ส่งเสริมการแบ่งปันองค์ความรู้ และเปิดโอกาสให้เพื่อนครูนำสื่อและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้และขยายผลในการจัดการเรียนรู้ต่อไป
ข้าพเจ้าได้ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนอย่างหลากหลาย โดยนำนักเรียนเข้าใช้ห้องสมุดเพื่อศึกษาค้นคว้า เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ ฝึกการอ่านจับใจความ และแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับเพื่อน รวมทั้งใช้ห้องคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล ฝึกใช้โปรแกรมและสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ ตลอดจนร่วมกิจกรรมและเกมการศึกษาที่เหมาะสมกับวัย การจัดกิจกรรมดังกล่าวช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ส่งผลให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้ใช้แหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ โดยนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 83 คน ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ผ่านกิจกรรมนั่งรถเขียวชมเมือง เรียนรู้รากเหง้า ความเป็นมา และวิถีชีวิตท้องถิ่น ณ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนฝึกปฏิบัติกิจกรรมจ้ำลายบนกระเป๋าผ้า กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง สามารถเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับสถานที่จริง ฝึกการสังเกต การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมและได้รับประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ 100 และมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมร้อยละ 99.60 ส่งผลให้นักเรียนเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ข้าพเจ้าได้จัดหาและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับวัย ความแตกต่างระหว่างบุคคล และจุดประสงค์การเรียนรู้ของผู้เรียน ประกอบด้วยสื่อที่ผลิตขึ้นเอง เช่น บัตรคำ เกมการศึกษา แบบฝึกทักษะ ใบงาน และสื่อภาพ รวมทั้งสื่อเทคโนโลยี เช่น วิดีโอ สื่อมัลติมีเดีย เกมออนไลน์ และสื่อ AR ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการมองเห็น การฟัง และการลงมือปฏิบัติจริง นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบภาพประกอบ สร้างกิจกรรม แบบฝึกหัด และสื่อการเรียนรู้เชิงโต้ตอบให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของนักเรียน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้มีความน่าสนใจ ทันสมัย กระตุ้นการมีส่วนร่วม และช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้ง่ายยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะด้านดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้าพเจ้าได้จัดทำและรวบรวมสื่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 ได้แก่ ใบความรู้ ใบงาน แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ และสื่อประกอบกิจกรรม โดยจัดหมวดหมู่ตามระดับชั้นและเนื้อหา พร้อมบันทึกไว้ใน Google Drive เพื่อให้สะดวกต่อการค้นหา นำไปใช้ และปรับปรุงสื่อได้อย่างเป็นระบบ ช่วยลดเวลาในการเตรียมการสอน สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และสามารถแบ่งปันสื่อให้แก่เพื่อนครูเพื่อใช้พัฒนาผู้เรียนร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้าพเจ้าได้ดำเนินการวัดและประเมินผลผู้เรียนอย่างเป็นระบบและครอบคลุมตามสภาพจริง โดยประเมินองค์ความรู้ตามหลัก K–P–A ได้แก่ ด้านความรู้ (Knowledge: K) จากแบบทดสอบ การตอบคำถาม และผลงานของผู้เรียน ด้านทักษะและกระบวนการ (Process/Practice: P) จากการลงมือปฏิบัติ การแก้ปัญหา การทำงานกลุ่ม และการนำเสนอผลงาน และด้านเจตคติ (Attitude: A) จากความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และพฤติกรรมระหว่างเรียน นอกจากนี้ ยังประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร และประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6 ด้าน ได้แก่ การจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการและเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แบบสังเกต แบบประเมินชิ้นงาน แบบประเมินพฤติกรรม และเกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริก จากนั้นบันทึกข้อมูลลงในระบบงานวิชาการของโรงเรียนอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อประมวลผล จัดทำรายงานและกราฟแสดงพัฒนาการรายบุคคล ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาใช้วางแผนซ่อมเสริม ส่งเสริมศักยภาพ และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน รวมทั้งใช้รายงานผลต่อผู้ปกครองและสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
ข้าพเจ้านางวิชุดา สารีอินทร์ ได้ดำเนินการคัดกรองความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ โดยมีนักเรียนได้รับการประเมินจำนวน ๑๔ คน จากนักเรียนทั้งหมด ๑๕ คน ผลการประเมินพบว่า นักเรียนมีคะแนนด้านการอ่านเฉลี่ยร้อยละ ๙๗.๙ และด้านการเขียนเฉลี่ยร้อยละ ๙๕.๗ โดยนักเรียนที่ได้รับการประเมินทุกคนมีผลอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ สะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีพื้นฐานด้านการอ่านและการเขียนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ ทั้งนี้ ครูได้นำผลการคัดกรองมาใช้วางแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เสริมทักษะ และพัฒนาผู้เรียนให้เหมาะสมตามความสามารถรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง
ข้าพเจ้าได้ดำเนินการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนจากระเบียนสะสม การสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ผู้เรียนและผู้ปกครอง แบบประเมิน แบบทดสอบก่อนเรียน ตลอดจนผลการอ่านและการเขียน เพื่อนำมาวิเคราะห์ความรู้พื้นฐาน ความสามารถ ความสนใจ ความถนัด พฤติกรรมการเรียนรู้ สุขภาพ และความต้องการจำเป็นของนักเรียนแต่ละคน จากนั้นจึงจำแนกผู้เรียนตามระดับความพร้อม เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนและออกแบบกิจกรรม สื่อ แบบฝึก และวิธีวัดประเมินผลให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมจัดกิจกรรมซ่อมเสริมสำหรับผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ และกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพสำหรับผู้เรียนที่มีความพร้อมสูง นอกจากนี้ ยังติดตามและบันทึกพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแลช่วยเหลือ ส่งผลให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ มีความมั่นใจ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้าพเจ้าได้จัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning: PBL) เรื่อง “ผจญภัยเรียนรู้ภาษาไทย: บนถนนคนเดินท่าแพ” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โดยนำนวัตกรรม “พุทธิสื่อสารสร้างสรรค์ P.C.C.” มาบูรณาการกับกระบวนการ PUTTI Model เพื่อเปลี่ยนแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมรอบโรงเรียนให้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิต นักเรียนได้เรียนรู้ผ่าน 4 สถานี ได้แก่ พระธาตุเชษฐา วัดเจดีย์หลวง พระเจ้าฝนแสนห่า และอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ พร้อมปฏิบัติภารกิจสร้างสมุดบันทึกคำศักดิ์สิทธิ์ ผลิตคลิปพุทธิไกด์ ประดิษฐ์ดอกบัวเล่าเรื่อง และสร้างแผนผังสื่อสารสามมิติ กระบวนการดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สำรวจ สังเกต ตั้งคำถาม ลงมือปฏิบัติ ทำงานเป็นทีม และนำเสนอผลงานจากประสบการณ์จริง ส่งผลให้นักเรียนทุกคนมีสมรรถนะด้านการสื่อสารดีขึ้น มีความมั่นใจในการใช้ภาษาไทย สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเชียงใหม่
ข้าพเจ้าได้จัดบรรยากาศภายในห้องเรียนให้สะอาด เป็นระเบียบ สวยงาม ปลอดภัย และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
โต๊ะและเก้าอี้จัดเป็นสัดส่วน มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมและครูสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง
ห้องเรียนมีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทสะดวก พร้อมพัดลมและเครื่องปรับอากาศ
มีสื่อเทคโนโลยี ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องฉายภาพ และเครื่องเสียง เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ผนังห้องจัดเป็นแหล่งเรียนรู้ ครอบคลุมภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว
มีตารางเรียน ข้อตกลงประจำห้อง และป้ายคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อส่งเสริมระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ
หนังสือ อุปกรณ์ และของใช้ส่วนตัวของนักเรียนจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการใช้งาน ใช้สีสันและข้อความ เชิงบวก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตร และกระตุ้นความสนใจ นักเรียนมีส่วนร่วมดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบ ส่งเสริมการช่วยเหลือและการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้นักเรียนมีความสุข กล้าแสดงออก มีสมาธิ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรม “วันรับลูกเชษฐา” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพุทธิโศภน ประจำปีการศึกษา 2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยร่วมดูแลและต้อนรับนักเรียนใหม่ให้เกิดความอบอุ่นและมั่นใจในการเริ่มต้นชีวิตในรั้วโรงเรียน นักเรียนได้กราบไหว้ศาลพระภูมิ สักการะพระธาตุเชษฐา รับฟังโอวาทจากผู้อำนวยการโรงเรียน ตลอดจนเข้าร่วมพิธีฝากตัวเป็นศิษย์และพิธีผูกข้อมือรับขวัญ กิจกรรมนี้ช่วยปลูกฝังให้นักเรียนมีความรัก ความภาคภูมิใจ และความผูกพันต่อโรงเรียน เรียนรู้ขนบธรรมเนียมอันดีงาม พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในครอบครัวพุทธิโศภน
ข้าพเจ้า ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุ (อัคคีภัย) ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างทักษะการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัยให้แก่นักเรียน คณะครู และบุคลากร
กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เทศบาลนครเชียงใหม่ ในการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย สาธิตการระงับเหตุเพลิงไหม้ และฝึกซ้อมการอพยพหนีไฟอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุน รถพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเชียงใหม่ เมดิคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมทุกคนสามารถปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยภายในสถานศึกษา เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
การจัดกิจกรรมโฮมรูมเป็นกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยครูประจำชั้นได้พบปะ พูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ ติดตามพฤติกรรม การเรียน และปัญหาของนักเรียน พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ทักษะชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ส่งผลให้นักเรียนรู้จักตนเอง กล้าแสดงออก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนและครู ตลอดจนได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันเวลา อันนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ข้าพเจ้า นางวิชุดา สารีอินทร์ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ได้นำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ ร่วมกิจกรรมแห่เทียนพรรษาช่วยปลูกฝังให้นักเรียนมีจิตใจที่ดีงาม มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา รู้จักการให้ การเสียสละ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งยังส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัย จิตสาธารณะ รักความเป็นไทย และเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย
กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดสำหรับนักเรียนชั้น ป.1
นักเรียนได้ชมเมืองเชียงใหม่ด้วยรถเขียว ศึกษาหอศิลปวัฒนธรรม และทำกิจกรรมจ้ำลาย
กิจกรรมมุ่งเสริมความรู้ ประสบการณ์ตรง ความรับผิดชอบ และระเบียบวินัย
นักเรียนเข้าร่วมครบ 83 คน คิดเป็นร้อยละ 100
นักเรียนมีผลการเรียนรู้และประสบการณ์นอกห้องเรียนระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 100
มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมในระดับมากขึ้นไป เฉลี่ยร้อยละ 99.60
กิจกรรมช่วยให้นักเรียนเข้าใจประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของเมืองเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น
ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดที่กำหนดทุกด้าน
กิจกรรมค่ายฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม จัดขึ้นสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร
โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่และพระวิทยากรจากวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมครบทั้ง 83 คน คิดเป็นร้อยละ 100
นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมพื้นฐานระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 100
มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมในระดับมากขึ้นไป เฉลี่ยร้อยละ 98.11
ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดทุกด้าน
นักเรียนสามารถนำหลักคุณธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
โรงเรียนพุทธิโศภนได้จัดกิจกรรม “วันรับลูกเชษฐา” เพื่อต้อนรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เข้าสู่รั้วโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มกิจกรรมด้วยการนำคณะนักเรียนกราบไหว้ศาลพระภูมิประจำโรงเรียนและสักการะพระธาตุเชษฐา เพื่อความเป็นสิริมงคล นำโดยนายดำรง มาตี๋ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยนางสาวศิริพร เตชนันต์
นางพัชราภรณ์ วิเศษคุณ รองผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครูประจำชั้น ป.1
จากนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนได้กล่าวให้โอวาทและกล่าวต้อนรับนักเรียนใหม่อย่างอบอุ่น พร้อมจัดพิธีฝากตัวเป็นศิษย์และพิธีผูกข้อมือรับขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตการเรียน
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อปลูกฝังความรัก ความภาคภูมิใจ และความผูกพันต่อสถาบัน รวมทั้งให้นักเรียนได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่โรงเรียน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความประทับใจจากคณะครูและรุ่นพี่ที่ร่วมต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวพุทธิโศภนอย่างงดงาม
ข้าพเจ้า นางวิชุดา สารีอินทร์ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ได้พานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ โรงเรียนพุทธิโศภน เข้าร่วมพิธีใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล เป็นการสืบสานประเพณีบูชาเสาหลักเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีมายาวนาน ร่วมถึงได้อธิบายประวัติการใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล การทัศนศึกษาบริเวณวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่ดีในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจท้องถิ่นของตนเอง
ข้าพเจ้าได้จัดทำข้อมูลนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 อย่างเป็นระบบและเป็นปัจจุบัน ประกอบด้วยข้อมูลประจำตัว ข้อมูลครอบครัว สุขภาพ ความสามารถด้านการเรียน พฤติกรรม ความสนใจ ความถนัด และความต้องการจำเป็นรายบุคคล พร้อมจัดทำป้ายสมาชิกห้องเรียนโดยใช้ภาพถ่ายและชื่อของนักเรียน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความภาคภูมิใจ และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน ข้อมูลดังกล่าวได้นำมาใช้ในการวิเคราะห์ผู้เรียน วางแผนจัดการเรียนรู้ ดูแลช่วยเหลือ ติดตามพัฒนาการ และประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองอย่างเหมาะสม โดยจัดเก็บข้อมูลอย่างรอบคอบและคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ส่งผลให้สามารถส่งเสริมและพัฒนานักเรียนได้สอดคล้องกับศักยภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข้าพเจ้าและครูประจำชั้นได้ดำเนินกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 ประจำปีการศึกษา 2569 ระหว่างวันที่ 1–30 มิถุนายน 2569 เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมทางครอบครัว และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน โดยดำเนินการเยี่ยมบ้านในรูปแบบ Onsite ครบทั้ง 15 คน คิดเป็นร้อยละ 100 จากการเก็บข้อมูลพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น จำนวน 13 คน และครอบครัวแตกแยก จำนวน 2 คน รวมทั้งพบนักเรียนที่มีความเสี่ยงด้านการเรียน จำนวน 1 คน ข้อมูลที่ได้รับได้นำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนจัดการเรียนรู้ ดูแลช่วยเหลือ และส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียนเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งประสานผู้ปกครองในการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเหมาะสม กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ครูเข้าใจนักเรียนอย่างรอบด้าน สามารถดูแลช่วยเหลือได้ตรงตามความต้องการ และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรับผิดชอบวางแผนและขับเคลื่อนระบบประกันคุณภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาและนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด ดำเนินการกำหนดค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัด และปฏิทินการดำเนินงาน พร้อมประสานผู้บริหาร ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ข้าพเจ้าได้ติดตาม ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ตลอดจนเอกสารหลักฐานตามมาตรฐานและประเด็นพิจารณา เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน จัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายใน นอกจากนี้ ยังรับผิดชอบจัดทำเอกสารระบบบริหารจัดการคุณภาพและผลงานเพื่อเสนอรับรางวัล IQA AWARD รวมทั้งนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาวางแผนปรับปรุงพัฒนาคุณภาพตามวงจร PDCA ส่งผลให้สถานศึกษามีระบบประกันคุณภาพที่ชัดเจน มีข้อมูลและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ และสามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และการบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ครูวิชาการสายชั้น Mini English Program (MEP) รับผิดชอบตรวจสอบและติดตามการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง และความสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรม สื่อ ตลอดจนวิธีการวัดและประเมินผล พร้อมบันทึกวันที่ส่งแผนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแผนให้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก และเหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน MEP รวมทั้งติดตามการปรับแก้และการนำแผนไปใช้จริงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามเป้าหมายของสถานศึกษา
นางวิชุดา สารีอินทร์ และนางสาวชนาทิพย์ กะแจ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ได้นำนักเรียนและผู้ปกครองร่วมกิจกรรมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๑ ปี โรงเรียนพุทธิโศภน โดยร่วมกันจัดทำต้นผ้าป่าและรวบรวมเงินทำบุญจากซองผ้าป่า รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๔๐๐ บาท กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังให้นักเรียนมีคุณธรรม รู้จักการให้ การเสียสละ และการมีจิตสาธารณะ ตลอดจนสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียน อันเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงามและพัฒนาสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และชมรมผู้ปกครองและครูเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ภายในงานประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตร พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมแสดงความรักความกตัญญูต่อมารดา นอกจากนี้ โรงเรียนได้มอบเกียรติบัตรแก่คุณแม่ดีเด่น จำนวน 29 ท่าน เพื่อยกย่องเชิดชูบทบาทของแม่ผู้เป็นแบบอย่างที่ดี กิจกรรมครั้งนี้ช่วยปลูกฝังให้นักเรียนมีความกตัญญูกตเวที มีจิตสำนึกในการทำความดี และตระหนักถึงคุณค่าของสถาบันครอบครัว บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่น ซาบซึ้ง และเปี่ยมด้วยความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูก
ข้าพเจ้าได้ร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียนทุกระดับชั้นเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ภายในงานประกอบด้วยการแสดงของนักเรียน การขับร้องและเต้นประกอบเพลง การแสดงดนตรี การแข่งขันทักษะภาษาไทย และกิจกรรมตลาดนัดนักเรียน กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้นักเรียนเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งส่งเสริมความกล้าแสดงออก ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะชีวิต อันเป็นการร่วมอนุรักษ์และสืบสานภาษาไทยซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป
ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมเชษฐา โดยคณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้แทนนักเรียน ร่วมวางพานพุ่มถวายราชสักการะ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมลงนามถวายพระพร กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนปลูกฝังให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดี และร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป
ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมพิธีเข้าประจำหมู่ยุวกาชาด ประจำปีการศึกษา 2569 ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 ผู้บริหารและครูผู้นำยุวกาชาดโรงเรียนพุทธิโศภน เข้าร่วมพิธีเข้าประจำหมู่ยุวกาชาด ประจำปีการศึกษา 2569 ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ เพื่อร่วมเป็นเกียรติและส่งเสริมความร่วมมือด้านกิจกรรมยุวกาชาด ภายในพิธีได้ร่วมประดับเครื่องหมายสมาชิกแก่ยุวกาชาดใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกยุวกาชาดอย่างสมบูรณ์ กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังให้นักเรียนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ เสียสละ มีจิตอาสา และพร้อมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้มีคุณธรรมและเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป
ข้าพเจ้าได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 (MEP) เพื่อเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารและประสานความร่วมมือระหว่างครูประจำชั้นกับผู้ปกครอง โดยใช้แจ้งข่าวสารของโรงเรียน ตารางเรียน เมนูอาหารกลางวัน กิจกรรมประจำวัน เอกสารที่ต้องดำเนินการ ตลอดจนข้อมูลด้านสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียน นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถสอบถามข้อมูล แจ้งการลา แจ้งอาการเจ็บป่วย และติดตามพัฒนาการของบุตรหลานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ข้าพเจ้าได้ดูแลการสื่อสารให้มีความชัดเจน สุภาพ ถูกต้อง และทันต่อเหตุการณ์ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นและร่วมแก้ไขปัญหาของนักเรียน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความคลาดเคลื่อนในการรับข้อมูล และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน ส่งผลให้การดูแลช่วยเหลือและพัฒนานักเรียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
โรงเรียนพุทธิโศภนจัดการประชุมผู้ปกครองนักเรียน ภาคเรียนที่ 1/2569 ????
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 โรงเรียนพุทธิโศภนได้จัดการประชุมผู้ปกครองนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
บรรยากาศในช่วงแรก คณะผู้บริหารโรงเรียนพุทธิโศภนได้พบปะพูดคุย ชี้แจงนโยบาย และแนวทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนในปีการศึกษานี้ โดยออนไลน์ไปยังทุกห้องเรียน จากนั้น ผู้ปกครองได้พบปะ พุดคุยคุณครูประจำชั้นในแต่ละห้องเรียน เพื่อรับฟังแนวทางการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรับมอบเงินสนับสนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน
ข้าพเจ้า นางวิชุดา สารีอินทร์ มุ่งพัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมการอบรมเรื่องการสร้างวิดีโอและสื่อการเรียนรู้ด้วย Canva AI รวมทั้งรับฟังการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน Khuru Platform ในหัวข้อการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหา การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน การปฏิรูปโรงเรียน และการส่งเสริมทักษะชีวิตกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
ข้าพเจ้านำความรู้และแนวคิดที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยให้เหมาะสมกับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น โดยเน้นการฝึกอ่าน เขียน คิดแก้ปัญหา และลงมือปฏิบัติ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครู เพื่อนำไปปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ข้าพเจ้าเข้าร่วมการอบรมและการประชุมทางวิชาการที่จัดโดยหน่วยงานภายนอกสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการและการอบรมออนไลน์ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย วิทยาศาสตร์ ทักษะชีวิต การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัยเพื่อแก้ปัญหาในชั้นเรียน ตลอดจนการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วย Canva AI ความรู้และแนวคิดที่ได้รับนำมาใช้ทบทวนและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียน พัฒนาสื่อให้มีความน่าสนใจ และใช้ข้อมูลจากการจัดการเรียนการสอนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ และช่วยส่งเสริมคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนพุทธิโศภน
ข้าพเจ้าเข้าร่วมกิจกรรมอบรมและพัฒนาบุคลากรที่โรงเรียนพุทธิโศภนจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อการสอนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกิจกรรม “ปลดล็อกความคิด พิชิตเป้าหมายร่วมกัน” การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้าได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะครู พัฒนาความเข้าใจด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนฝึกใช้เทคโนโลยีในการออกแบบสื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียน ข้าพเจ้านำความรู้และแนวคิดที่ได้รับมาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย เพื่อส่งเสริมการอ่าน การเขียน และการมีส่วนร่วมของนักเรียน พร้อมทั้งร่วมพัฒนางานของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด
ข้าพเจ้า นางวิชุดา สารีอินทร์ ได้จัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) ประจำปีการศึกษา 2569 โดยพิจารณาจากหน้าที่รับผิดชอบ ผลการปฏิบัติงาน และความต้องการของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 ซึ่งมีพื้นฐานด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยแตกต่างกัน แผนดังกล่าวมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การผลิตสื่อและแบบฝึกที่เหมาะกับความสามารถของนักเรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลเพื่อนำข้อมูลมาช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล
ในปีการศึกษานี้ ข้าพเจ้ามุ่งพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการสร้างเว็บไซต์คลังคำภาษาไทย เพื่อใช้เป็นแหล่งฝึกอ่านและเขียนทั้งในห้องเรียนและที่บ้าน โดยจะตรวจสอบความถูกต้องของสื่อก่อนนำไปใช้ ติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และนำผลที่ได้มาปรับกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพครูและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยตามศักยภาพของตนเอง
เข้ารับประทานรางวัล
ยุวกาชาดดีเด่นโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ประจำปี 2567
ครูผู้สอนยุวกาชาดระดับ 1
เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้
หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ทรงเป็นประธานในพิธีปฏิญาณตน
และสวนสนามของยุวกาชาด
เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนายุวกาชาดไทย
ครบรอบ ๑๐๔ ปี ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจ ด้วยจิตอาสา”
พร้อมน้อมแสดงความอาลัยถวายแด่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ณ สนามกีฬากลางจังหวัดนนทบุรี
ข้าพเจ้านางวิชุดา สารีอินทร์ ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ จำนวน ๑๐ ครั้ง รวม ๑๐ ชั่วโมง โดยมีสมาชิกเข้าร่วมจำนวน ๗ คน มุ่งเน้นการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ สะท้อนผล และพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือนักเรียน การคัดกรองความสามารถด้านการอ่านและการเขียน การวางแผนจัดการเรียนรู้ การจัดทำข้อสอบ ตลอดจนการนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ยังร่วมกันวางแผนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง และกำหนดแนวทางด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งผลให้ครูสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ นักเรียนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพตามเป้าหมายที่กำหนด
ข้าพเจ้า นางวิชุดา สารีอินทร์ ได้ร่วมดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) กลุ่มภาษาไทย ประถมต้น โรงเรียนพุทธิโศภน ในบทบาท Model Teacher จำนวน ๑๕ ครั้ง รวม ๒๑ ชั่วโมง ผ่านกระบวนการร่วมออกแบบ เปิดชั้นเรียน สังเกตการสอน และสะท้อนผล จำนวน ๓ วงรอบ โดยนำเกม AR ที่พัฒนาด้วย AI มาใช้ทบทวนความรู้เรื่องสระเอและสระแอ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ จำนวน ๑๔ คน ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนผ่านเกณฑ์ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการอ่าน การเขียน และการสะกดคำ ร้อยละ ๑๐๐ และมีทักษะดิจิทัลระดับดีขึ้นไป ร้อยละ ๘๕.๗๑ ส่งผลให้นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้น และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น ครูสามารถนำผลการสะท้อนร่วมกันมาปรับปรุงสื่อและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ข้าพเจ้าเข้าร่วมการอบรม ประชุม สัมมนา และกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และเข้าร่วม ณ สถานที่จริง โดยศึกษาองค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ในการผลิตสื่อ การวัดและประเมินผล การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน งานประกันคุณภาพการศึกษา และกิจกรรมยุวกาชาด นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียน พัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนครู ส่งผลให้สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างรอบด้านและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานวิชาชีพครู
ข้าพเจ้า นางวิชุดา สารีอินทร์ ตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการ โรงเรียนพุทธิโศภน ได้ดำเนินงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนควบคู่กับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ด้านการจัดการเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้วิเคราะห์หลักสูตร ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาสื่อและกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง พร้อมทั้งวัดและประเมินผลเพื่อนำข้อมูลมาปรับการสอนให้เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียน ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อนำแนวทางที่ได้มาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นท้าทาย ข้าพเจ้าได้พัฒนานวัตกรรม “พุทธิสื่อสารสร้างสรรค์ (P.C.C.)” โดยใช้กระบวนการ PUTTI Model เชื่อมโยงการเรียนภาษาไทยกับบริบทท้องถิ่นถนนคนเดินท่าแพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการสื่อสารและการคิดขั้นสูงของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ผลการประเมินที่ระบุในรายงานพบว่า คะแนนเฉลี่ยสมรรถนะการสื่อสารเพิ่มขึ้นจาก ๒.๔๕ เป็น ๔.๖๐ คะแนน และนักเรียนมีโอกาสแสดงความสามารถผ่านการพูด การให้เหตุผล และการสร้างสรรค์ชิ้นงาน
นอกจากนี้ ข้าพเจ้ายังได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศผลงานและรางวัล เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลและงานประกันคุณภาพของโรงเรียน การดำเนินงานตามข้อตกลงครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการสอนของตนเอง และมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง